Home > TRAVELS > รีวิวเที่ยว หัวหิน ทริปตะลุยกินทั่วทั้งหัวหิน

รีวิวเที่ยว หัวหิน ทริปตะลุยกินทั่วทั้งหัวหิน

โพสเมื่อ วันที่ 5 กันยายน 2017 | เปิดอ่าน 43 views | หมวดหมู่ : TRAVELS

สถานีต่อไปก็เพลินวานครับ อยู่ซอยหัวหิน 40 ซึ่งตอนที่ไปเป็นตอนกลางวันเนื่องจากกลางคืนมีสถานที่ๆอยากจะไปอีกเลยไม่อยากต้องกลับรถมาฝั่งเพลินวานอีกรอบ ไปต่อกันที่เพลินวานเลยครับ

เริ่มต้นที่ด้านหน้าของเพลินวาน จะมีป้ายอันคลาสสิกที่เขียนว่าเพลินวาน ซึ่งใครที่มาที่นี่ต้องได้ถ่ายกับป้ายนี้เป็นแน่นอน ซึ่งที่นี่จะมีการจัดสถานที่ในรูปแบบย้อนยุค ให้ระลึกถึงวันวานที่ผ่านมาว่ามีรูปแบบเป็นเช่นไร และด้านหน้าจะมีรถรุ่นเก่ามาจัดให้เราได้เข้าไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แต่ห้ามนั่งนะครับเดี๋ยวอะไรต่อมิอะไรมันจะเสียเอาแล้วคนมาทีหลังจะไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับรถมอเตอร์ไซด์คันนี้นะ

เดินเข้ามาจะเจอกับร้านขายน้ำโบราณ จะเป็นรสชาติต่างๆแล้วอัดโซดาจะคล้ายกับน้ำอัดลม แต่จะมีให้เลือกหลากหลายรสชาติ เค้าจะเรียกกันว่าน้ำจรวด เพราะส่วนใหญ่เครื่องอัดน้ำโซดาจะเป็นรูปจรวดกันแทบจะทุกร้าน

เดินต่อเข้ามาก็จะเจอร้านขายของข้างทางเรียงอยู่อย่างเป็นระเบียบ ของที่ขายจะเป็นของที่ระลึกของหัวหิน ของย้อนยุค หรือของแนวคลาสสิกต่างๆ

ร้านของเล่น ของในร้านก็จะมีของเล่นเด็กในสมัยก่อน ที่เริ่มจะหาซื้อยากในปัจจุบัน ขนม ลูกอม ถ้าใครมาร้านนี้แล้วเจอแต่ของที่ตัวเองเคยเล่นนี่ต้องเริ่มนับอายุกันได้แล้วนะครับนี่ 555

ตุ๊กตายิ้มยืนถือป้ายรอคนมาถ่ายรูปด้วย ยืนอยู่กลางทางข้างบันไดเห็นชัดแน่นอน

เดินข้ามบันไดผ่านเจ้าตุ๊กตายิ้มมาจะเจอกับร้านขายนาฬิกา ร้านขายเพลงไทยสมัยก่อน มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย และก็มีร้านขายขนมปี๊ปที่มีให้เลือกอยู่เต็มร้าน เดินเข้าไปด้านในก็จะเจอกับร้านขายอาหาร คาว หวาน อยู่หลายร้านให้เลือกลิ้มลอง

ร้านขายตั๋ว เป็นการจำลองบรรยากาศคล้ายโรงรับจำนำ แต่จริงๆแล้วเป็นร้านขายตั๋วเครื่องเล่น ก็เก๋ไปอีกแบบนะครับ

บรรยากาศภายในก็เน้นไปทางแนวเมืองเก่า แนวย้อนยุค ทั้งตึกและของที่ขายอยู่ตามร้านค้าสองข้างทางมีรถรุ่นเก่ามาจอดให้เราได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

มีซุ้มเกมส์ต่างๆให้เลือกเล่นอยู่พอสมควร แล้วก็มี แก้วน้ำแบบ Limited Edition ของเพลินวาน ซึ่งสามารถซื้อไปใช้ที่บ้านหรือที่ทำงาน เพราะจะทำให้นึกถึงเพลินวาน คิดถึงมนต์เสน่ห์แห่งเมืองเก่าของที่นี่ก็เป็นได้

ร้านแม่โขงจะอยู่ด้านบน มีบันไดขึ้นตรงน้ำจรวด ขึ้นไปก็จะเจอร้านแม่โขงอยู่ เดินเลยไปจะมีร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรืออยู่ด้วยครับ ถัดมาหน่อยจะมีร้านตัดผมเล็กๆจัดไว้อยู่ ให้ได้เห็นถึงรูปแบบของร้านตัดผมสมัยก่อน

หลังจากนั้นก็ได้เดินทางกลับไปยังที่พัก เพื่อพักผ่อนซักนิดหลังจากเดินทางมายาวนาน และเดินเที่ยวมาซักระยะ ก็กลับไปที่พักเพื่อเก็บของแล้วก็นอนเติมพลังซักหน่อยก่อนเดินทางต่อในช่วงเย็นครับ

คราวนี้ไป Cicada Hua-Hin ซึ่งขี่รถมาตามถนนเพชรเกษมยาวมาเรื่อยๆ เลยตลาดหัวหินมา ซึ่ง Cicada ตั้งอยู่ประมาณซอยหัวหิน 87  มาทางเขาตะเกียบ แล้วชื่อซอยจะเปลี่ยนไปเป็นซอยหัวถนน ก็มาเรื่อยๆประมาณซอยหัวถนน 6  ซึ่งตลาดอยู่ทางซ้ายมือครับ เปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ เวลา 16.00-23.00 น.

ที่สังเกตง่ายๆก็คือจะเป็นสวนมีลานโล่งๆ แล้วจะมีการประดับไฟต่างๆตามเทศกาลครับ สังเกตได้ไม่ยากเลย

ป้ายตัวอักษร Cicada อยู่ด้านหน้า เป็นสระน้ำล้น มีนกฟลามิงโก อยู่บนน้ำด้วยนะครับ

เดินเข้ามามีน้องมาเปิดหมวกเล่นเปียโนเพื่อรวบรวมเงินไปแข่งขันดนตรี

กองทัพต้องเดินด้วยท้องจริงๆครับ เราทั้งสี่ก็ได้ซื้อของรองท้องกันนิดหน่อย เพื่อให้มีพลังในการเดินดูของภายในตลาดต่อครับ โดยสั่งอาหารแบบง่ายๆราคาไม่แพงมาก ซึ่งค่าเสียหายอยู่ที่ จานละ 80 บาท รวมค่าน้ำ ก็ 200 บาทประมาณนี้ครับ ร้านผัดไทได้รับความนิยมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ เนื่องจากกินง่าย สะดวก และก็รวดเร็วครับ จึงมีคนต่อคิวซื้อเป็นจำนวนมาก แต่ก็รอไม่นานก็ได้ครับ

มีร้านค้าให้เลือกเดินเลือกชมมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของงานฝีมือ งานแฮนด์เมด มีทั้งตุ๊กตา ถุงผ้า พวงกุญแจ ที่ใส่โทรศัพท์มือถือ โมเดล แจกัน ของตกแต่ง แม่เหล็ก เสื้อผ้า กระเป๋า และอีกมายมายเลยทีเดียว ถือว่ามีให้เลือกเยอะหลากหลายแนวแล้วแต่ความชอบเลยทีเดียวครับ

ส่วนใครที่ชอบเสื้อ อยากได้เสื้อเป็นรูปหน้าตัวเองก็มีรับทำอยู่หลายร้านเช่นกันครับ ลองไปเดินเลือกดูลายเส้น วิธีการทำได้ครับ เพราะศิลปินบางคนจะใช้ปากกา บางคนใช้ระบายสี บางคนใช้การพ่นสี แตกต่างกันไปตามความถนัดของแต่ละคนครับ ชอบแบบไหนก็เดินเข้าไปดูสอบถามราคาได้ครับ ราคานี้ก็เป็นราคาคร่าวๆครับ ว่าแต่ละแบบนั้นราคาประมาณไหนครับ

ศิลปะอีกหนึ่งอย่าง การเป่าแก้ครับ เป็นศิลปะที่ต้องใช้ทั้งจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ การคิดล่วงหน้า เพราะต้องคิดว่าจะทำอะไร แล้วต้องเริ่มจากไหนก่อนแล้วจะทำอะไรยังไงต่อไป ที่ร้านนี้ก็เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งวันนั้นที่ไปก็มีเด็กชาวต่างชาติให้ความสนใจ และก็ยืนคุยกับคุณลุงที่เป่าแก้อยู่ตลอดครับ เหมือนจะชอบมากๆเลยทีเดียว ร้านค้ายังมีอีกเยอะแยะมากมายให้เลือกซื้อเลือกชม มีทั้งการแสดงละครใบ้ และมีงานศิลปะขายด้วยครับ ถ้าสนใจก็เชิญกันได้เลย

HuaHin Market Village อยู่ประมาณซอยหัวหิน 88 ครับด้านในก็มีร้านอาหาร ร้านขายของแบรนด์เนมหลายร้านครับ พื้นที่กว้างพอสมควร มาแวะพักเข้าห้องน้ำล้างหน้าก่อนที่จะไปกันต่อครับ ตอนนี้อยู่ที่เส้นเพชรเกษม กำลังจะมุ่งหน้าไป “ตลาดโต้รุ่งหัวหิน” ซึ่งอยู่ที่ซอยหัวหิน 72 ครับ ถ้าพร้อมแล้วไปเดินต่อกันเลยครับ เมื่อมาถึงซอยหัวหิน 72 ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายมือฝั่งเดียวจากขากลับมาจาก Cicada ครับ แต่จะหาที่จอดรถไม่ได้ครับเพราะเปิดเป็นถนนคนเดิน ต้องขี่ไปจอดอีกซอยนึงแล้วเดินย้อนกลับมาครับ

ด้านหน้าปากซอย “ตลาดโต้รุ่งหัวหิน” มองเข้าไปแล้วก็ดูเหมือนกับตลาดนัดทั่วไปเลยครับ จะเห็นเป็นของที่ระลึกของหัวหิน เสื้อผ้า ของตกแต่ง ขนมหวาน และอาหารหลากหลายชนิดครับ แต่เมื่อเดินถึงทางสี่แยกเป็นต้นไปจะเริ่มเป็นร้านอาหารทะเลหลายร้านให้เลือก จะมีกุ้งแม่น้ำ กุ้งมังกร ปลาหลากหลายชนิดวางเรียงกันอยู่ และจะมีเมนูอยู่หน้าร้านให้เลือกดูครับ ถ้าสนใจเมนูร้านไหน หรือพอใจกับราคาร้านไหนก็เข้าได้เลยครับ แต่ในครั้งนี้เข้าที่ ”ร้านรถไฟ ซีฟู๊ด” ซึ่งเท่าที่สอบถามราคากุ้งแม่น้ำเผาแล้วมีราคาถูกกว่าร้านอื่นครับ พวกเราก็ลงมติกันว่าร้านนี้ แล้วก็เดินเข้าไปสั่งอาหารกันครับ

บรรยากาศในร้านเห็นแล้วก็นึกถึงสถานีรถไฟหัวหินเหมือนกันครับ เพราะมีเสาสีแดงๆ หลังคามุมจั่ว ดูเป็นเอกลักษณ์ของสถานีรถไฟ บรรยากาศในร้านก็ชิลๆครับ นักท่องเที่ยวที่มาร้านนี้ก็เยอะพอสมควรเลยทีเดียว เมนูที่สั่งก็มีโป๊ะแตกทะเล หอยเชลล์ย่างเนย ปูม้านึ่ง 2 ตัว กุ้งแม่น้ำย่าง 1/2 กิโล

โป๊ะแตกทะเล รสชาติจะมีลักษณะใกล้เคียงกับต้มยำน้ำใสครับ เผ็ดๆ เปรี้ยวๆ รสชาติดีเลยทีเดียวครับ

ปูม้านึ่ง ก็ถือว่าโอเคครับ แต่รู้สึกว่าเนื้อไม่ค่อยหวานเท่าที่ควร แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับผม ส่วนใครชอบไข่ปูก็สามารถสั่งได้นะครับว่าขอปูตัวเมีย แล้วมาลุ้นกันว่าจะมีไข่หรือไม่มีนะครับ ^^

กุ้งแม่น้ำเผา ก็โอเคครับ แต่เหมือนกันกับปูคือเนื้อจะหวานน้อยไปนิดๆ แต่สดใช้ได้เลยครับ รสชาติโอเค อาจจะเป็นเพราะคนเยอะแล้วเค้าเอาไปต้มก่อนแล้วมาย่างต่อก็ได้ครับ แต่ความสดถือว่าสดเลยครับ

หอยเชลล์ย่างเนย จานนี้สุดๆแล้วครับ ปักธงให้เมนูนี้เลย เด็ดมากครับ หอยเชลล์ตัวใหญ่ สด ย่างเนยมาได้หอมมากครับ เนยจะปรุงรสมาแล้วด้วยครับ เค็มๆหวานๆ กินกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึงครับ ติดใจจนขนาดสั่งอีกจานกันเลยทีเดียวครับ ไม่อร่อยคงไม่ตัดสินใจต่ออีกจานเป็นแน่แท้ รับรองจานนี้แนะนำเลยครับ ถึงเวลาหนักใจครับ เวลาของการคิดค่าเสียหาย แต่เท่าที่ดูแล้วราคาไม่แพงเลยครับ ราคาต่างๆดังนี้ครับ โป๊ะแตก ชามละ 110 บาท ปูม้า 2 ตัว ราคา 250 บาท กุ้งแม่น้ำเผา ครึ่งกิโล 250 บาท หอยเชลล์ย่างเนย จานละ  150 เราสั่งมา 2 จาน เป็น 300 บาท ข้าวเปล่า+น้ำโค้ก 110 บาท รวมมื้อนี้กินกันสี่คน ราคา 1,020 บาทคร้าบบบบ ซึ่งราคาน่าคบหา และรสชาติที่เด็ดจริงๆ ถ้าสนใจก็มาลองชิมกันได้ครับกับร้านนี้ “ร้านรถไฟ ซีฟู๊ด”

ก่อนกลับก็แวะซื้อข้าวเหนียวมะม่วง แล้วก็จะเดินมาซื้อไอศกรีมมะพร้าว แต่ดันหมดซะก่อนสงสัยรอบหน้าคงต้องชิมแน่นอนครับ เพราะเค้าขึ้นป้ายเลยครับว่าขึ้นชื่อเมืองหัวหิน ต้องได้ลองซักหน่อยแล้วหละ แล้วก็เดินมาหน้าซอยครับ มาซื้อโรตีที่ร้านนี้ โรตีแป้งบางและทอดได้กรอบมากครับ เป็นของหวานแก้เผ็ดได้เป็นอย่างดีครับ ครั้งนี้สั่งโรตีกล้วย+โอวันติน ราคาอยู่ที่ 35 บาท ส่วนข้าวเหนียวมะม่วงราคากล่องละ 100 บาท เป็นข้าวเหนียวมะม่วงที่หอมอร่อยมากเลยทีเดียวครับ ข้าวเหนียวนุ่มๆ รสชาติหวานมัน กินพร้อมกับมะม่วง สุดยอดมากครับร้านนี้

หลังจากนั้นก็เดินทางกลับไปโรงแรมหินน้ำทรายสวย เพื่อเก็บแรงไว้เดินทางต่อในวันพรุ่งนี้ครับ

  • ข่าวที่น่าสนใจ
  • ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....

แสดงความคิดเห็น
* ชื่อ
* อีเมลล์

บทความล่าสุด

Menu

BackLink Free

Facebook Comments Master